กฎกติกาในการชนไก่ที่ควรรู้ไว้ หากอยากเป็นนักพนันมืออาชีพ

การชนไก่ในยุคอดีดนั้น ไม่ได้มีกฎกติกามากมายนัก เปรียบเสมือนการนำไก่สองตัวมาทำการชนกัน ชนกันจนเกิดฝ่ายแพ้และชนะ ต่อมาการชนไก่ก็มีคนรู้จัก และนิยมมากยิ่งขึ้น จนมีการพัฒนากฎกติกาขึ้นมาเรื่อยๆ จนในปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันนี้กฎกติกาของการชนไก่ในแต่ละแห่งบ่อนไก่ก็จะมีไม่แตกต่างกันมากนัก

โดยปกติแล้ว ในบ่อนชนไก่ ไก่จะทำการต่อสู้กันจนครบ 8 ยก ถึงจะรู้ผลแพ้ – ชนะ แต่หากมีการสู้กันครบ 8 ยกแล้วยังไม่รู้ผลแพ้ – ชนะ กรรมการประจำสังเวียนก็จะเป็นผู้ตัดสิน

กฎกติกาในการชนไก่ที่บ่อนไก่ส่วนใหญ่นิยมใช้กัน มีดังนี้

1.หากมีการต่อสู้กันครบ 8 ยกแล้ว แต่ไม่รู้ผลแพ้ – ชนะ ถือว่าเสมอกัน หรือ “กินกันไม่ลง” บ่อนจะคืนเงินพนันให้ แต่ยังคงเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 10 ของวงเงินเดิมพัน

2.ถ้าพิสูจน์แล้วว่าไก่ตัวใดตัวหนึ่งถูกวางยา กรรมการมีสิทธิ์ไม่คืนเงินเดิมพัน หรือหากรู้ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนวางยา กรรมการมีสิทธิ์ที่จะปรับให้ฝ่ายนั้นแพ้ได้ และให้ฝ่ายที่โดนวางยาชนะแทน

3.เมื่อมีการให้น้ำระหว่างที่มีการพักยกครบกำหนดเวลาแล้ว หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังไม่มีการนำไก่เข้าสู่สังเวียน กรรมการจะทำการวางขันในโหลน้ำ 3 ครั้ง ถ้ายังไม่มีการนำไก่ตัวนั้นเข้ามาในสังเวียน ถือว่าฝ่ายนั้นแพ้

4.เมื่อไก่ตัวใดตัวหนึ่งโดนตีจนตาบอดสองข้าง กรรมการจะถือว่าไก่ตัวนั้นแพ้

5.เมื่อไก่ตัวใดตัวหนึ่งมีการหนี และไม่ยอมสู้ กรรมการให้ทำการจับมาสู้ครบ 3 ครั้ง แล้วยังไม่มีการสู้ กรรมการจะถือว่าไก่ตัวนั้นแพ้

6.ในขณะที่ไก่กำลังชนกันนั้น แล้วถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปถูกหรือจับต้องตัวไก่ ฝ่ายนั้นจะถูกปรับให้แพ้

นอกจากกฎกติกาในการชนไก่ ที่ขึ้นอยู่กับกรรมการประจำสังเวียนแล้ว การตัดสินผลแพ้ – ชนะ ยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของไก่ชนทั้งสองด้วย โดยเจ้าของไก่ทั้งสองฝ่ายนั้นอาจมีการยุติการชนไก่ ก่อนที่กรรมการจะตัดสินว่าฝ่ายไหนแพ้หรือชนะ เมื่อสามารถคาดการณ์จากสถานการณ์ตรงหน้าได้ว่าฝ่ายใดจะแพ้ ฝ่ายใดจะชนะ โดยฝ่ายที่กำลังจะชนะแสดงความมีน้ำใจ โดยให้เจ้าของไก่ฝ่ายที่กำลังจะแพ้ นำไก่ออกมาจากสังเวียน เพื่อเป็นการยอมแพ้ และเจ้าของฝ่ายที่ชนะก็แบ่งเงินให้กับเจ้าของไก่ที่แพ้ ถือว่าเป็นการแสดงน้ำใจและความใจกว้าง ไม่เอาแต่ได้